Pages

Tuesday, June 9, 2020

มิถุนาฯที่เงียบเหงา สำรวจผลกระทบยูโร 2020 เลื่อนแข่งเพราะโควิด - ประชาชาติธุรกิจ

bosaboca.blogspot.com
A municipal worker walks past the Euro 2020 countdown clock - displaying 449 days left before the event - in downtown Saint Petersburg on March 19, 2020. - The European Championship, due to be played in June and July this year, has been postponed until 2021 because of the coronavirus pandemic, European football's governing body UEFA said on March 17, 2020. UEFA announced that the new proposed dates for the tournament were June 11 to July 11 next year, as Euro 2020 becomes Euro 2021. (Photo by OLGA MALTSEVA / AFP)

“บิ๊กแมตช์ของศึกยูโร 2020 คืนนี้ ฝรั่งเศสแชมป์โลกทีมล่าสุดพบกับเยอรมนี อินทรีเหล็กที่หาทางไต่ขึ้นมาสู่จุดสูงสุดของตัวเองอีกครั้ง” วาทะเกริ่นก่อนเกมประโยคลักษณะนี้ควรจะลอยมาให้ได้ตื่นเต้นกันในเดือนมิถุนายน แต่แท้จริงแล้วผู้ที่รอรับฟังเนื้อหาแบบนี้ต้องรอไปจนถึงมิถุนายนปีหน้า

ในโลกความเป็นจริง ยุโรปกำลังรับมือกับโรคระบาดครั้งรุนแรงในรอบหลายทศวรรษ ยูโร 2020 ชื่อนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนเดิมแล้ว เพราะมันถูกย้ายไปแข่งจริงปี 2021

เดิมทีแล้วกลางเดือนมิถุนายน 2020 แฟนบอลควรได้ชมศึกยูโร แต่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนทัวร์นาเมนต์ไปเป็นปี 2021 แต่ยังเรียกว่า “ยูโร 2020”

สถานการณ์โรคระบาดส่งผลกระทบวงกว้าง ยูโร 2020 ไม่ใช่ทัวร์นาเมนต์เดียวที่ได้รับผลจนต้องปรับแผนกัน มหกรรมกีฬาของมนุษยชาติอย่างโอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่นก็ต้องเลื่อนเช่นกัน

การขยับโปรแกรมเช่นนี้ย่อมสะเทือนไปถึงปฏิทินการแข่งขันรายการอื่น ๆ ทั้งระดับทีมชาติ และผลในทางอ้อมก็กระทบการวางแผนสำหรับสโมสรต้นสังกัดของนักเตะ พ่วงเป็นลูกโซ่ไปถึงภาคส่วนอื่นในสังคมทั้งระดับภูมิภาคขยายไปจนถึงระดับนานาชาติ

การแข่งฟุตบอลในยุคทุนนิยม เกมเตะลูกหนังไม่ใช่แค่เป็นกีฬาเท่านั้น มันยังเชื่อมโยงสัมพันธ์กับภาคธุรกิจกลุ่มเอกชนหลายประเภท ไปจนถึงระดับภาครัฐที่ต้องมีแผน มีนโยบายบริหารจัดการงบประมาณ การเงิน สถานที่ ฯลฯ เพื่อรองรับมหกรรมกีฬาระดับทวีป ที่สำคัญคือ ฟุตบอลเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งในวิถีชีวิตของคนยุโรป ตารางกีฬาที่เลื่อนก็ส่งผลกับการใช้ชีวิตด้วย

เมื่อยูโร 2020 ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามกำหนดการ “ดีไลฟ์-ประชาชาติธุรกิจ” ชวนสำรวจข้อมูลว่า การที่ฟุตบอลยูโร 2020 ถูกเลื่อนออกไป มีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง

Photo by OLGA MALTSEVA / AFP

ผลกระทบแบบ “ลูกโซ่”

หัวข้อแรกเริ่มที่ถูกพูดในทันทีและอาจช่วยให้เห็นภาพผลกระทบแบบลูกโซ่ได้ดี คือ เมื่อประกาศเลื่อนแข่งยูโร 2020 และโปรแกรมเพลย์ออฟออกไป โปรแกรมใหม่ก็กระทบทัวร์นาเมนต์ยูโรหญิง 2021 ซึ่งตารางแข่งเดิมแข่งกันในอังกฤษช่วง 7 กรกฎาคมถึงต้นสิงหาคม 2021 ซึ่งคาบเกี่ยวกับโปรแกรมใหม่ของยูโร 2020 ที่เลื่อนไปแข่ง 11 มิถุนายน-11 กรกฎาคม 2021 และใกล้กับช่วงโอลิมปิก 2020 ที่เลื่อนไปแข่งในปี 2021

หากฟุตบอลหญิงยูโร 2021 ยังคงแข่งตามเดิม เท่ากับว่ามีมหกรรมกีฬาระดับบิ๊ก 3 รายการติดกันในรอบ 3 เดือน นี่คงเป็นเรื่องไม่น่าพิสมัยนักในหลายด้าน ฟุตบอลยูโรหญิง 2021 จึงต้องเปลี่ยนโปรแกรมตามไปด้วย คราวนี้ก็เลื่อนข้ามปีไปแข่งวันที่ 6 กรกฎาคม-31 กรกฎาคม 2022

การเลื่อนโปรแกรมเป็นเรื่องที่ดูเหมาะสมในแง่การกระจายความหนาแน่นของโปรแกรมการแข่ง แต่ในอีกด้านก็มีนักกีฬาบางคนมองว่า ทัวร์นาเมนต์ของผู้หญิงมักมีคนให้ความสำคัญน้อยกว่า และต้องถูกเลื่อนออกไปเพราะไม่อยากให้ไปกระจุกตัวในช่วงมหกรรมโอลิมปิกและฟุตบอลยูโรฝ่ายชาย

โลกกีฬาที่มีสายการแข่งแบ่งแยกเพศ ทำให้ทัวร์นาเมนต์ของฝั่งหญิงถูกมองว่ามีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตนี้เป็นอันดับต้น ๆ สภาพการแข่งฝ่ายหญิงในความเป็นจริงแบบตรงไปตรงมาก็ไม่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินเทียบเท่าฝ่ายชายอยู่แล้ว ปัญหาเกี่ยวกับการเงินเกิดขึ้นเสมอ

หากมองลึกลงไปอีกนิด สัญญาจ้างของนักฟุตบอลหญิงบางรายก็แทบไม่มีสภาพเป็น “สัญญาทางการ” ด้วยซ้ำ หรือเป็นสัญญาระยะสั้นกว่าสัญญาโดยทั่วไปของฝ่ายชาย สโมสรบางแห่งมองนักกีฬาหญิงว่าเป็นทรัพย์สินที่ขจัดออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ สโมสรอังกฤษที่มีทีมในลีกหญิงอย่างเรดดิ้งประกาศพักงานและจ่ายค่าจ้างให้นักกีฬาหญิงเหลือแค่ 20%

เป็นเรื่องยากที่จะทราบว่าหลังจากวิกฤตผ่านพ้นไป พวกเธอจะได้รับการปฏิบัติจากต้นสังกัดอย่างไร (ลองนึกสภาพว่าแม้แต่นักกีฬาชายยังต้องตกลงหั่นค่าเหนื่อยเพื่อลดภาระการเงินของทีม) ยังไม่ต้องพูดถึงกีฬาชนิดอื่นซึ่งได้รับความนิยมไม่มากเท่าฟุตบอล

ไม่เพียงแค่นักฟุตบอลที่เป็นลูกจ้างของสโมสรเท่านั้น เหล่าสตาฟของยูฟ่าหลายร้อยชีวิตที่ทำงานเกี่ยวกับทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลยูโรก็เคยถูกตั้งคำถามว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้างระหว่างช่วง 12 เดือนขณะรอทัวร์นาเมนต์กลับมาแข่ง

Photo by FABRICE COFFRINI / AFP


เจ้าภาพร่วมในวาระพิเศษ แต่โชคร้ายเจอพิษโควิด-19

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 เป็นครั้งที่พิเศษ เพราะจัดขึ้นในช่วงวาระครบรอบ 60 ปีของทัวร์นาเมนต์นี้พอดี มิเชล พลาตินี่ (Michel Platini) ช่วงที่ยังนั่งเก้าอี้ประธานสหพันธ์ฟุตบอลทวีปยุโรป (UEFA) จึงมีแนวคิดให้ยูโรครั้งนี้แข่งขันกระจายไปในหลายประเทศ ซึ่งบทสรุปคือ มีเจ้าภาพ 12 เมือง ใน 12 ประเทศทั่วยุโรป

เมื่อเกิดโควิด-19 ระบาดหนักในหลายประเทศแถบยุโรปช่วงกลางเดือนพฤษภาคม อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน (Aleksander Ceferin) ประธานยูฟ่า ส่งสัญญาณที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มปรับจำนวนประเทศที่จัดแมตช์แข่งขันให้ลดลง เขาให้สัมภาษณ์ว่า ได้พูดคุยกับส่วนที่ยังเดินหน้าจัดได้ชัวร์ 9 เมืองแล้ว อีก 3 เมืองยังพบว่ามีข้อติดขัดและต้องหารือเพิ่มเติมต่อไป แต่เรื่องนี้ยังต้องรอยืนยันหลังการหารือกันในหมู่คณะกรรมการอีกครั้ง และแน่นอนว่าต้องเป็นช่วงหลังการประชุมคณะกรรมการบริหาร

เดิมทีแล้วการประชุมนัดนี้มีขึ้นวันที่ 27 พฤษภาคม แต่ยูฟ่าประกาศเลื่อนการประชุมคณะกรรมการออกไปเป็นวันที่ 17 มิถุนายนเพื่อพิจารณาประเด็นนี้ ในเบื้องต้นเซเฟรินเปรยไว้ว่า ตามหลักการแล้วยูฟ่าจะจัดใน 12 เมือง แต่หากไม่สามารถทำได้จริงก็ปรับลดเหลือได้ตั้งแต่ 8-10 เมือง

แน่นอนว่าการเป็นเจ้าภาพแข่งรายการใหญ่ระดับทวีปย่อมนำมาซึ่งผลประโยชน์ในหลายด้าน ในทางกลับกัน การยกเลิกก็ย่อมส่งผลกระทบหลายด้านเช่นกัน โดยเฉพาะการเสียโอกาสทางการเงิน หากเป็นเมืองหรือสนามที่ไม่เคยจัดแข่งแมตช์ยูโรมาก่อนก็คงเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก ไม่เพียงแค่สำหรับพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจเท่านั้น สำหรับแฟนบอลในท้องถิ่นที่จะได้สัมผัสบรรยากาศหายากแบบนี้ก็คงเศร้าและเสียดายไปด้วย

บวกหรือลบในเชิงการกีฬา ?

สภาวะลีกยุโรปหยุดชะงักช่วงท้ายฤดูกาลแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบหลายทศวรรษ ว่ากันในแง่การกีฬาล้วน ๆ เรื่องนี้มีผลต่อทีมไม่น้อยเลย สภาพร่างกายที่เว้นว่างจากแมตช์จริงส่งผลต่อความฟิต การเตรียมพร้อมทีมต่าง ๆ ต้องถูกปรับแผนใหม่

แต่ละทีมในแต่ละลีกก็มีสภาพไม่เหมือนกันอีก ลีกฝรั่งเศสและดัตช์ตัดจบฤดูกาลไปแล้ว บุนเดสลีกา เยอรมันคือลีกใหญ่ที่กลับมาแข่งก่อนเพื่อนขณะที่สเปน อิตาลี และอังกฤษ ต่างเริ่มวางกำหนดการเพื่อแข่งให้จบฤดูกาลโดยเร็ว บางลีกประกาศวันที่จะกลับมาแข่งอีกครั้งในช่วงกลางจนถึงปลายเดือนมิถุนายนนี้แล้ว

ถึงแม้โปรแกรมแข่งจริงของยูโร 2020 ยังอยู่อีกห่างไกล แต่ในระยะหนึ่งนักฟุตบอลมีแนวโน้มต้องลงเตะถี่ยิบทั้งโปรแกรมสโมสร ที่สำคัญคือโปรแกรมทีมชาติรายการคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022 และเสี่ยงได้รับบาดเจ็บหนัก หากเป็นเช่นนั้นก็กระทบกับระยะเวลาเตรียมตัวอีก หากโชคดีก็หายเจ็บกลับมาไว ถ้าโชคร้ายอาจพักยาว กว่าจะกลับมาได้ก็ย่อมไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ที่สุด

นอกจากนี้ ระยะเวลาราว 3 เดือนที่ห่างหายจากสนามก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ด้วยเหตุผลเหล่านี้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า เลยไฟเขียวให้ปรับกฎระเบียบบางประการ อาทิ ขยายเพดานสูงสุดที่แต่ละทีมจะเปลี่ยนตัวผู้เล่นในเกมเพิ่มเป็น 5 คน ให้ผู้จัดแข่งแต่ละรายการที่มีแผนว่าจะแข่งให้จบภายในปี 2021 พิจารณาว่าจะนำกฎนี้มาใช้ไหม

ฟีฟ่ายังบอกว่า รายการใดที่ใช้ VAR หรือระบบดูวิดีโอย้อนหลังเพื่อช่วยผู้ตัดสินทำงานก็สามารถระงับใช้งานระบบนี้ได้ เพื่อลดความเสี่ยงให้ผู้ตัดสินมารวมตัวกัน แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้จัดทัวร์นาเมนต์ว่าจะยกเลิกไหมเช่นกัน

ระเบียบเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะเป็นการนำมาใช้ชั่วคราวมากกว่า แต่ก็มีแนวโน้มว่าอาจขยายไปถึงฤดูกาล 2020-21 หรืออาจครอบคลุมไปถึงยูโรที่ยกไปแข่งปี 2021 ด้วยก็ได้ แต่ฟีฟ่าระบุว่าจะประเมินอีกครั้งว่าควรขยายเวลาระเบียบนี้ไหมขณะเดียวกัน การเลื่อนโปรแกรมดูเหมือนมีผลเชิงบวก (เล็กน้อย) ในตัวมันเอง นั่นคือทีมใดที่มีนักเตะคนสำคัญเจ็บหนักและต้องใช้เวลาพักรักษาตัวนานอยู่แล้ว พวกเขาเหล่านี้ก็มีแนวโน้มหายเจ็บแล้วเรียกความฟิตพร้อมฟอร์มการเล่นกลับมาช่วยทีมทันโปรแกรมจริงปี 2021

ผลกระทบต่อแฟนบอลและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับกีฬาทุกชนิดคือ ผู้ชม แฟนบอลบางรายซื้อตั๋วเข้าชมยูโรในสัปดาห์หน้าไว้แล้ว แต่เมื่อยูฟ่าประกาศเลื่อนพวกเขาต้องดำเนินการกับสายการบิน อย่างเช่น ขอเงินคืน หรือแลกเป็นสิทธิอื่น ๆ แต่ดูเหมือนว่าแฟนบอลบางรายต้องดิ้นรนอย่างมากเพื่อทวงคืนสิทธิเหล่านี้จากสายการบิน

ครอบครัวหนึ่งจากเวลส์ใช้เงินราว 2,500 ปอนด์ (เกือบ 1 แสนบาท) ไปกับค่าเดินทางก่อนหน้าทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม พวกเขาวางแผนทริปชมฟุตบอลและพบปะครอบครัวในบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน และกรุงโรม ประเทศอิตาลี ซึ่งเวลส์มีโปรแกรมแข่งรอบแบ่งกลุ่มใน 2 เมืองนี้ แต่เธอมองว่า กว่าที่เธอจะได้เงินคืนจากสายการบินก็คงอีกนาน กว่าจะผ่านกระบวนการก็ยุ่งยาก

สมาชิกในครอบครัวแฟนบอลจากเวลส์ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า ถ้าจินตนาการว่าเป็นคนที่ไม่ถนัดในเรื่องออนไลน์ คงลำบากแน่กับการกรอกเอกสารมากมายในระบบออนไลน์ ไม่มีใครออกมาเป็นตัวกลางและมอบรายละเอียดของคนที่จะประสานงานให้ความช่วยเหลือ นั่นจึงเป็นเรื่องลำบากมาก

สิ่งที่แฟนบอลต้องการคือ ให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือในด้านประสานงานหรือพูดคุยกับสายการบินให้ช่วยตอบสนองกับแฟนบอลซึ่งเป็น “ผู้เล่นคนที่ 12” กลุ่มผู้สนับสนุนทีมชาติในยามที่ทีมต้องการพวกเขา

มิถุนายน 2020 ที่ไร้บรรยากาศอันคึกคักจากการแข่งอันเร้าใจ คงทำให้ครอบครัวแฟนบอลต้องเงียบเหงาไปตาม ๆ กัน ยิ่งเมื่อลองสำรวจไล่เรียงประเมินผลกระทบที่จะตามมาแล้วคงทำให้เกิดความรู้สึกน่าเป็นห่วง น่ากังวลขึ้นมาอีกชนิด เชื่อว่าวิกฤตหนนี้เป็นอีกครั้งที่โลกจะพิสูจน์ว่า หากทุกคนจับมือช่วยเหลือกัน เห็นอกเห็นใจกัน ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน เราคงได้เห็นอนาคตในรูปแบบที่ทุกคนต้องการเห็นกลับคืนมาโดยเร็ว

Let's block ads! (Why?)



"เลื่อน" - Google News
June 09, 2020 at 05:57AM
https://ift.tt/2BQDlTt

มิถุนาฯที่เงียบเหงา สำรวจผลกระทบยูโร 2020 เลื่อนแข่งเพราะโควิด - ประชาชาติธุรกิจ
"เลื่อน" - Google News
https://ift.tt/36KhZmd
Home To Blog

No comments:

Post a Comment